Athletic woman

ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยาน เทรนด์ใหม่ที่คุณต้องลอง

ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยาน เทรนด์ใหม่ที่คุณต้องลอง กระแสการปั่นจักรยานเพื่อลดความอ้วนเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงมากในช่วงปี 2014 และยังคงกระแสความแรงอย่างต่อเนื่อง นั่นอาจเป็นเพราะการปั่นจักรยานสามารถช่วยลดความอ้วนบริเวณกล้ามเนื้อขา หน้าท้อง และเสริมความกระชับให้กับทุกส่วนของร่างกายได้อย่างเห็นผล และให้ความเพลิดเพลิน นับว่าเป็นรูปแบบการลดความอ้วนที่สนุกไม่เลว  หากอยากผันตัวเองมาออกกำลังกายในคราบของนักปั่นบ้างก็คงจะไม่เสียหาย ตามหาจักรยานคู่ชีพ เริ่มต้นด้วยการเลือกจักรยานที่พร้อมจะไปไหนไปกันกับเราเสียก่อน       แต่สำหรับจักรยานที่เป็นที่นิยมคงหนีไม่พ้นจักรยานเสือภูเขา จักรยานเสือหมอบ ซึ่งค่อนข้างมีระดับของเบาะที่สูงทำให้สามารถยืดขาเพื่อออกแรงถีบได้อย่างเต็มที่  จักรยานประเภทนี้จะเน้นให้สรีระร่างกายขนานไปกับจักรยานนั่นหมายถึงเราสามารถออกแรงกล้ามเนื้อแขนได้อย่างเต็มที่ เพื่อต่อสู่กับแรงต้านในการปั่น แน่นอนว่าการปั่นจักรยานแบบนี้ต้องออกแรงมากกว่าจักรยานธรรมดา ที่ต้องใช้ลำตัวตั้งตรง เน้นการออกกำลังขา และให้ความสะดวกสบายในช่วงส่วนบนของร่างกาย ปั่นจักรยานแต่ละครั้งต้องนานเท่าไหร่ ปกติแล้วการออกกำลังกายเพียงแค่ระยะเวลา 30 นาทีก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังในแต่ละวันแล้ว แต่ด้วยลักษณะของการออกกำลังกายโดยปั่นจักรยาน ซึ่งให้ความเพลิดเพลิน เหล่านักปั่นส่วนใหญ่จึงใช้เวลามากกว่านั้น สถิติที่สูงสุดในการปั่นจึงขึ้นอยู่กับระยะทาง หรือปลายทางที่ได้กำหนดเอาไว้ การปั่นจักรยานเพื่อลดความอ้วนจึงแตกต่างจากกิจกรรมการออกกำลังกายรูปแบบตรงที่ไม่มีกฎกติกาตายตัว มีแค่ความรู้สึกที่ใช้การออกกำลังกายเท่านั้น คิดจะปั่น ควรเลือกเวลาไหนดี ช่วงเช้าประมาณ 05.00 -07.00น.เป็นช่วงที่ควรตื่นมาปั่นจักรยานหรือออกกำลังกายประเภทอื่นๆก็ได้ เพราะเป็นช่วงที่อากาศบริสุทธิ์  ระหว่างที่ทำการปั่นก็สามารถสูดออกซิเจนได้เต็มปอด หรืออาจเลือกปั่นในช่วงเวลาเย็น ซึ่งควรจะเป็นเวลาประมาณ 15.00 -17.00 น.ซึ่งเป็นช่วงที่ควรยืดเส้นยืดสาย ให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานที่สะสมมาทั้งวัน ซึ่งเป็นหนทางสำคัญในการลดความอ้วนอย่างได้ผล หากรู้สึกหิวหลังจากนี้ให้รับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำ เช่น สลัด น้ำเต้าหู้ เพื่อเสริมโปรตีนให้กับกล้ามเนื้อ แน่นนอนว่าการปั่นจักรยานสามารถที่ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และเสริมความกระชับให้กับกล้ามเนื้ออันเป็นเป้าหมายสำคัญที่คนที่ต้องการลดความอ้วนพึงปรารถนา… Read More

กระลึก (2)

ดูแลผิวหน้าให้ไร้กระลึก อย่างสวยใส

ดูแลผิวหน้าให้ไร้กระลึก อย่างสวยใส กระลึกเกิดจากการรวมกลุ่มของเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในชั้นของผิวหนังแท้  ลักษณะของมันเริ่มจากการเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจลุกลามกลายเป็นปื้นสีน้ำตาล แต่เพราะกระลึกเป็นการสะสมของเม็ดสีที่อยู่ลึกว่ากระตื้น  ดังนั้นจึงมองเห็นเป็นเงาสีน้ำตาลที่มีขอบเขตไม่ชัดเจน และทำการรักษาได้ยากกว่ากระตื้นซึ่งเป็นกระที่อยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า กระตื้นจะมีขอบเขตที่ชัดเจนกว่า ดูแลได้ง่ายกว่ากระลึก เราสามารถพบกระลึกได้ในบริเวณที่ต้องเผชิญกับแสงแดดหรือความร้อนบ่อยๆ  เช่น บริเวณทั้งสองข้างของโหนกแก้ม บริเวณจมูก แต่มันก็สามารถกระจายลุกลามไปยังส่วนที่อยู่ข้างเคียงได้ หากต้องเผชิญกับแสงแดด หรืออยู่ใกล้ความร้อนเป็นเวลานานๆ และต่อเนื่อง แม้ว่ากระลึกจะมีวิธีการรักษาที่ยาก และต้องใช้ระยะเวลา หลายคนเชื่อว่าสามารถรักษาได้ด้วยการยิงเลเซอร์แค่เพียงเท่านั้น  ซึ่งเป็นวิธีการที่แพง ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวหนังบางลง และต้องเสียค่าจ่ายมาก หากบางรายเลือกศูนย์ความงามที่เชื่อถือไม่ได้ แต่มีราคาถูกก็อาจทำให้ไม่เห็นผล มีโอกาสที่กระลึกจะกระจายตัวและรักษาได้ยากมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการรักษากระลึกโดยวิธีการทางธรรมชาติสามารถทำได้ง่ายมากมี  4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ดูแลหน้าให้สะอาด หน้าของเราต้องเผชิญกับฝุ่น ควัน รวมทั้งคราบเครื่องสำอางซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกระลึก ดังนั้นควรเลือกโฟมล้างหน้าที่ทำงานได้อย่างสะอาดล้ำลึก และอ่อนโยน  เพื่อให้ผิวได้เตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงต่อไป ขั้นตอนที่ 2 บำรุงผิวหน้า ข้อนี้มีความสำคัญมากควรเลือกสารบำรุงที่มีสวนผสมที่ช่วยในการลดการเกิดเม็ดสีเมลานินอย่างปลอดภัย โดยเน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น  นอกจากคุณสมบัติในการลดฝ้ากระลึกแล้ว จะต้องมีความชุ่มชื้นเพื่อเสริมสร้างให้ผิวหน้ามีความแข็งแรง  ไม่บางง่ายจนไว้ต่อรังสียูวีเอ และความร้อน   ขั้นตอนที่ 3 ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ด้วยแสงแดดที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดการลุกลามของกระลึก… Read More

อ้วนง่าย (1)

รู้แล้วจะอึ้ง กับ 4 ราศีที่อ้วนง่ายที่สุด

รู้แล้วจะอึ้ง กับ 4 ราศีที่อ้วนง่ายที่สุด ความอ้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกราศี แต่ด้วยลักษณะนิสัยด้านการดำเนินชีวิตและด้านการกินของบางราศีที่ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับความอ้วนได้มากกว่าราศีอื่นๆ  มาลองดูกันหน่อยว่าคุณเป็นหนึ่งใน 4 ราศีที่น่าจับตามองในเรื่องของการอ้วนง่าย  มากน้อยแค่ไหน มาดูกันเลย อันดับที่ 4 ราศีมีน  (ผู้ที่เกิดวันที่ 15 มี.ค. – 12 เม.ย.) เป็นราศีของศิลปินที่ค่อนข้างเอื่อยเฉื่อยเหมือนปลาที่นิ่งอยู่ในน้ำ จึงทำให้มีโอกาสที่จะมีไขมันสะสมได้ง่าย ชาวราศีมีนเป็นคนใจดี พวกพ้องมาก เวลาที่เพื่อนชวนไปกินหรือเที่ยวที่ไหนก็ไปด้วยง่ายๆ สบายๆไม่เรื่องมากจึงทำให้เขาอ้วนได้ง่าย โดยจะมีไขมันสะสมอยู่มากบริเวณบั้นท้าย และน่อง แต่ความอ้วนของชาวราศีนี้เป็นความอ้วนที่สะสมอยู่แค่ชั่วคราว สามารถถูกเผาผลาญได้ง่าย ถ้าพวกเขาคิดจะลด       อันดับที่ 3 ราศีธนู (ผู้ที่เกิดวันที่ 16 ธ.ค. – 15 ม.ค.) ราศีผู้รักอิสระ ไม่ยอมให้ใครมาบีบบังคับและตามใจตัวเองเป็นที่สุด ด้วยใจรักในสิ่งแปลกใหม่ ชอบการเดินทาง ชาวราศีนี้จึงไม่พลาดที่จะช็อป ชิม กินของใหม่ๆ ยิ่งอร่อยถูกใจยิ่งซื้อติดไม้ติดมือกลับมากินต่ออีก  สำหรับบริเวณที่มีไขมันสะสมของชาวราศีนี้สามารถพบได้ทุกสัดส่วนเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว แขน ขา… Read More

relax (1)

6 วิธีดูแลสมองยามเหนื่อยล้า ในวันที่งานเต็มโต๊ะ

6 วิธีดูแลสมองยามเหนื่อยล้า ในวันที่งานเต็มโต๊ะ สมองเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความคิด ความมีเหตุผล จินตนาการ การเคลื่อนไหว การทรงตัว ตลอดจนการแสดงออกทางด้านของอารมณ์และจิตใจซึ่งเราต้องใส่ใจและดูแลสมองอยู่เสมอ เมื่อร่างกายได้ผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วงย่อมทำให้สมองเกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า คิดอะไรไม่ออก ดังนั้นหากอยู่ในช่วงที่งานล้นมือหรืองานกองเต็มโต๊ะ ลองหันหลังให้กับความเครียดเรื่องงาน มาพักดูแลสมองให้ฟื้นคืนตัวก่อนดีกว่า 1.เพิ่มความหวานให้กับสมอง สมองจะเลือกดึงน้ำตาลกลูโคสซึ่งสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่สมอง และถูกนำไปใช้ได้ก่อนสารอาหารประเภทอื่นๆ  ดังนั้นการเพิ่มน้ำตาลให้กับร่างกายในสภาวะที่มีอาการอ่อนล้าจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น  จึงถือว่าเป็นหนทางง่ายๆในการดูแลสมองให้กระปรี้กระเปร่าเลยทีเดียว 2.งีบสัก 10 นาทีช่วยได้ การนอนหลับในตอนกลางวันแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ สามารถช่วยดูแลสมองให้สดใสขึ้นได้ทันตาเห็น เพราะสมองได้หยุดใช้ความคิด  เหมือนเป็นการพักเรื่องยนต์ไว้ก่อน เมื่อเปิดสวิตช์ใหม่สมองจึงสดใสพร้อมทำงานต่อ แต่ในการหลับเพียงแค่ 10 นาทีนี้ควรเป็นการหลับให้สนิทไปเลย 3.ผ่อนคลายฟังเพลง เลือกฟังเพลงที่ช่วยผ่อนคลายสมอง  ด้วยเสียงแผ่วเบาและคลื่นความถี่ต่ำๆของเพลงจะทำให้สมองได้ผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ความคิดที่เป็นเหตุผลของสมองซีกซ้าย  เมื่อฟังเพลงเราจะได้ใช้จินตนาการและอารมณ์ทำให้สมองซีกซ้ายได้พัก  แต่ไปใช้สมองซีกขวาแทน  เราจึงไม่รู้สึกตึงๆบริเวณศีรษะข้างซ้ายซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้ความคิดและหลักการที่มากเกินไป 4.คุยกับคนที่คุณรัก ความรักช่วยเพิ่มพลังสมองได้อย่างแปลกประหลาด การได้คุยกับคนที่รักหรือกอดจะทำให้หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดได้ขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น  เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ความเครียดกังวล ลดลง มีกำลังใจในการทำงานทากขึ้น อย่ารอช้ารีบกลับไปหาคนที่คุณรักเพื่อดูแลสมองให้สดชื่นขึ้นเป็นการด่วน   5.เปลี่ยนสถานที่ หลบมุม เมื่อคุณเดินหลีกออกจากบริเวณที่มีความเครียด  มันจะช่วยให้คุณลดความกดดันลงได้มากเลยทีเดียว  คราวนี้สมองของเราก็จะรู้สึกโล่งๆ ไม่ตึงเหมือนขณะที่กำลังทำงานด้วยความเครียดเลยล่ะ 6.ออกกำลังกายเบาๆ… Read More

ลดน้ำหนัก (1)

ลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายอย่างรู้จริง ดีจริง

ลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายอย่างรู้จริง ดีจริง การออกกำลังกายเป็นการเผาผลาญสารอาหารที่เราได้รับประทานเข้าไปให้อยู่ในรูปของพลังงาน  ซึ่งอันที่จริงๆแล้วการที่ร่างกายของเราได้ออกแรงขยับจากการทำงานบ้าน  หรือการยกของเพียงครั้งคราวก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายได้อย่างหนึ่งแล้ว  แต่สิ่งที่คนลดความอ้วนต้องการมากไปกว่านั้นก็คือการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญสารอาหารส่วนเกิน หรือสารอาหารที่มีการสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจทำให้เกิดความหักโหม จนเกิดสภาวะร่างกายรับไม่ไหวขึ้นมาได้ในขณะที่ลดความอ้วน     สิ่งที่คุณยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์โดยตรงกับกระบวนการหายใจเข้าออกของร่างกาย การออกกำลังกายจึงช่วยเผาผลาญสารอาหารซึ่งส่วนใหญ่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบให้อยู่ในรูปแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วขับออกผ่านทางกระบวนการหายใจ  จึงแบ่งประเภทของการออกกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆเช่นเดียวกับกระบวนการหายใจ ได้แก่  การออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจน  (Aerobic exercise)  และการออกกำลังกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน  (Anaerobic  exercise) แต่การออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจนนั้นจะต้องใช้ออกซิเจนเป็นตัวรับอิเล็คตรอนตัวสุดท้ายในกระบวนการหายใจ  ทำให้การเผาผลาญพลังงานโดยวิธีนี้สามารถสลายพลังงานได้มากกว่าการออกกำลังกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน ถึง  18 – 19 เท่า เช่น การวิ่งมาราทอน หรือการออกกำลังกายชนิดอื่นที่มีความต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์  ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่ลดความอ้วน ออกกำลังกายทั้งนานและหนักดีจริงหรือ จะเห็นได้ว่าเมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย ก็จะทำให้สามารถเผาผลาญส่วนเกินของร่างกายได้มากขึ้น แต่หากมีการออกกำลังกายด้วยความยาวนานอย่างหักโหมเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเมื่อยล้าปวดเมื่อย  รู้สึกหิวตามมาอีก  และในที่สุดก็ต้องกลับไปรับประทานอาหารอีกครั้งหลังจากออกกำลังกายเสร็จ ซึ่งคงเป็นเรื่องที่แย่มากในการลดความอ้วน  สำหรับคนที่ออกกำลังกายในระยะสั้นๆเกินไป  ร่างกายก็ไม่สามารถที่จะเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัญญาณง่ายๆที่จะบ่งบอกว่าร่างกายเราได้ใช้พลังงานไปแล้วก็คือ รู้สึกร้อนในร่างกายและเสียเหงื่อทั้งตัว ออกกำลังกายใครก็ทำได้ แค่รู้จักแบ่งเวลา ดังนั้นจึงต้องมีการออกกำลังกายในระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และต่อเนื่อง   ในหนึ่งสัปดาห์คุณควรมีเวลาอย่างน้อย… Read More

ลดน้ำหนัก (3)

เมื่อฉันเริ่มลดน้ำหนัก แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไร

เมื่อฉันเริ่มลดน้ำหนัก แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไร การลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่พูดง่าย แต่เมื่อคิดจะลงมือกระทำอย่างจริงจังนั้นต้องใช้ความมุ่งมั่นและระยะเวลาพอสมควร สำหรับใครที่คิดว่าถึงฤกษ์งามยามดีในการลดน้ำหนักแล้ว อย่าละเลยที่จะเตรียมการวางแผนในการลดน้ำหนัก เพราะวางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สร้างความเข้าใจกับตัวเอง เมื่อคิดที่จะลดน้ำหนักแล้ว จงอย่าได้ลังเลใจอีกเลย  ให้คุณงัดความรู้สึกแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจออกมา พยายามบอกกับตัวเองเสมอว่าเมื่อเรากินแล้วอ้วนได้ เราก็สามารถที่จะลดมันได้เช่นกัน  การลดความอ้วนเป็นผลดีต่อสุขภาพเสมอ การรีบลดเสียตั้งแต่ตอนนี้ย่อมมีชัยไปกว่าการผลัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการลดความอ้วนที่ยากขึ้น และเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น อย่ารอช้า และจงรักตัวเองให้มาก หาข้อดี ข้อเสียของตนเอง สำรวจนิสัยของตนเองในเรื่องของการรับประทานอาหาร บันทึกลงในกระดาษเลยว่าชอบอาหารอะไรมากที่สุด ซึ่งสามารถพนันได้เลยว่าส่วนใหญ่ของที่คุณชอบจะเป็นพวกอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง หรือเป็นของหวานที่ปริมาณน้ำตาลสูง นอกจากนี้ยังต้องสังเกตพฤติกรรมการกิน เช่น ชอบกินจุบกินจิบหรือไม่ เกลียดการรับประทานผักหรือไม่  อาหารแต่ละวันที่กินครบหรือขาดจาก 3 มื้อหรือไม่ ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของคุณเอง  เขียนพฤติกรรมของคุณในอดีตไว้ด้านซ้ายมือ จากนั้นเขียนพฤติกรรมที่ควรแก้ไขไว้ด้านขวามือ  ส่วนพฤติกรรมที่ไม่เสี่ยงต่อความอ้วนเดิมๆที่เคยทำก็ให้ทำตามปกติ  วางเป้าหมายระยะสั้น การกำหนดเป้าหมายเพื่อลดความอ้วนจะต้องดูขีดความสามารถของตัวเอง ว่ามีความสามารถพอที่จะลดน้ำหนักได้ตามระยะเวลาเหล่านั้นหรือไม่  เช่น ฉันจะสามารถลดน้ำหนักให้ได้ 3  กิโลกรัมภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่ท้าทาย และมีโอกาสที่จะทำได้  ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรตั้งเป้าหมายของการลดน้ำหนักที่ต่ำเกินไป หรือกดดันตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป การตั้งเป้าหมายจึงควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มระดับความยากที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในระดับที่เราทำได้ เพราะการลดน้ำหนักต้องใช้ระยะเวลาให้ร่างกายค่อยๆได้ปรับสภาพด้วย หาข้อมูลและแรงบันดาลใจ ข้อมูลหรือแนวทางการลดน้ำหนักที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดน้ำหนักที่เห็นผล… Read More

5b5efae139d56a5e12ad37c5d9e33658

3 เมนูช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำง่ายๆ อร่อยด้วย

3 เมนูช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำง่ายๆ อร่อยด้วย อาหารสุขภาพที่มีปริมาณคลอเลสเตอรอลน้อย แต่ให้พลังงานและประโยชน์กับร่างกายอย่างครบถ้วน ยังคงเป็นหัวใจหลักของการรับประทานเพื่อลดความอ้วนอย่างถูกวิธี และไม่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แต่เมนูอาหารของผู้ที่กำลังลดความอ้วน อาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารเพราะมีแต่เมนูซ้ำๆ เดิมๆ แต่ครั้งนี้เราจะมาเปลี่ยนเมนูเหล่านั้นให้กลายเป็นเมนูที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่เคย แถมได้คุณค่าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แกงเลียง ใครชอบผักชนิดใดก็จัดมาให้หนัก ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักกาด บวบ ข้าวโพด เห็ด ฟักทอง จัดการใส่ลงหม้อน้ำร้อน ปรุงรสชาติด้วยกะปิ พริกเผ็ดเล็กน้อย เติมน้ำปลานิดหน่อย เมื่อได้เกลือแร่ ไฟเบอร์และวิตามินครบถ้วนแล้ว  ก็ตบท้ายด้วยการส่งกุ้งลงในหม้อเดียวกันเพื่อเพิ่มโปรตีน ลวกให้พอเป็นสีใส ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟคู่กับข้าวกล้อง รับรองว่าครบถ้วน ไม่อ้วน อิ่มตั้งแต่มื้อเช้ายันมื้อเที่ยง       ส้มตำ อาหารอีสานของแท้ ทำง่าย ให้ประโยชน์เต็มครก เริ่มจากการคัดเลือกมะละกอที่ไม่สุกจนเกินไป จัดการขูดเป็นฝอย ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย อาจเพิ่มผลไม้ชนิดอื่นที่มีรสชาติเข้ากันไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ลสีเขียว มะม่วงที่ไม่สุกจนเกินไป โดยขุดให้เป็นเส้นฝอยๆเหมือนมะละกอ เติมรสชาติเผ็ดนิดๆด้วยพริกที่ให้วิตามินซี  แต่ส้มตำสำหรับลดความอ้วนนี้ต้องขอบอกลาข้าวเหนียวอย่างเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้น้ำตาลสูงจนตกใจ และของดเติมน้ำตาลในการปรุงด้วยนะ สลัดผัก สลัดเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้เสมอในการลดน้ำหนัก แต่เชื่อว่าหนุ่มสาวหลายคนคงเบื่อที่ในจานสลัดมีแต่ผักหรือผลไม้เดิมๆ ทำให้ไม่ชวนกินเอาเสียเลย… Read More

ลดน้ำหนัก (1)

4 พฤติกรรมทางจิตใจ ที่เชื่อว่าทำแล้วไม่ช่วยให้ลดความอ้วน

4 พฤติกรรมทางจิตใจ ที่เชื่อว่าทำแล้วไม่ช่วยให้ลดความอ้วน จิตใจที่มุ่งมั่น เข็มแข็ง พร้อมพิชิตเป้าหมายคือจุดเริ่มต้นที่ดีของการลดความอ้วนอย่างได้ผล  ในทำนองเดียวกันจิตใจที่อ่อนแอก็ย่อมส่งผลกระทบให้การลดความอ้วนหยุดชะงักลงกลางคันได้  ในการลดความอ้วนคุณควรหยุดพฤติกรรมเหล่านี้  เพราะมั่นใจได้เลยว่าคุณไม่มีทางลดความอ้วนสำเร็จแน่นอน 1.ไม่กล้าคุยกับใคร เราอยากให้คุณลองเปิดใจให้กว้าง ก้าวเข้าสู่โลกของความเป็นจริงที่ไม่ได้มีเพียงแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่อ้วน กำหมัดให้แน่นแล้วทุบที่อกเบาๆเพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเองทุกครั้ง และกล้าที่จะเป็นผู้เปิดหัวข้อสนทนา แม้ว่าในวงสนทนานั้นกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องความอ้วนอยู่ก็ตามที  สิ่งนี้จะทำให้คุณแข็งแกร่งมากขึ้น เรียนรู้มุมของคนอื่นมากขึ้น  จงอย่าลืมบอกกับตัวเองเสมอว่าสักวันที่เรามีรูปร่างและน้ำหนักที่สมส่วน เราจะกลับมาที่วงสนทนานี้ด้วยความภูมิใจ แต่อย่ากดดันตัวเองเกินไปด้วยล่ะ 2.ดูทีวีบ่อย แน่นอนว่าโฆษณาที่ฉายในทีวีย่อมมีแต่ขนม สินค้าลดราคา ซึ่งน่าไปลิ้มชิมรส ช็อปแหลกทั้งนั้น ซึ่งส่งผลให้คุณรีบคว้าอาหารที่อยู่ใกล้ตัวมารับประทานโดยเร็วที่สุด ซึ่งเมื่อรู้ตัวอีกทีอาหารเหล่านั้นก็ได้อันตรธานหายไปเป็นกองขยะเสียแล้ว  ในขณะเดียวกันหนุ่มสาวบางคนที่เกิดอาการหักห้ามใจไม่ไหวอย่างสุดขีด ก็เลือกที่จะเดินทางไปซื้อของพวกนั้นมารับประทาน  แล้วงานนี้การลดความความอ้วนมันจะประสบความสำเร็จได้อย่างไรกันเนี่ย 3.เครียดกับการลดความอ้วน จากผลการวิจัยพบว่า คนที่จริงจังกับการลดความอ้วนโดยเข้าสู่สภาวะที่เครียดจัด ย่อมทำให้การลดความอ้วนไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน จนทำให้เกิดการอ้วนกว่าเดิมเสียอีก ดังนั้นหากคิดจะลดความอ้วนก็ต้องให้เวลากับมันสักหน่อย แล้วทำใจให้สบาย มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ถ้ารู้สึกฟุ้งซ่านก็อาจหาเวลาไปออกกำลังกาย หรือหาที่ปรึกษาดีๆสักคนก็ได้ 4.ลดความอ้วนอย่างโดดเดี่ยว ตามหลักจิตวิทยาแล้วการที่เราทำอะไรคนเดียว โดยที่ขาดการรับรู้จากผู้คนรอบข้างจะทำให้ระดับความสำเร็จนั้นต่ำลง  ในขณะเดียวกันการที่คุณลดความอ้วนโดยมีเพื่อนร่วมทางลดไปกับคุณด้วย จะทำให้เกิดสภาวะการแข่งขันในจิตใจ มีความมุ่งมั่นที่จะลดความอ้วนมากขึ้น  ในขณะเดียวกันการลดความอ้วนโดยทำกิจกรรมต่างๆร่วมไปกับเพื่อนก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะได้คอยให้ข้อแนะนำและปรึกษาซึ่งกันและกันได้ จงอย่าทำให้ภารกิจลดความอ้วนกลายเป็นสภาวะทางจิตใจที่อ่อนไหวจนบั่นทอนสุขภาพของคุณเอง เพราะการจะลดความอ้วนได้อย่างประสบความสำเร็จคือต้องเกิดจากความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ  จงอยู่กับปัจจุบัน พัฒนาตนเองให้ดีตามเป้าหมาย ระงับความอยากของตนเอง และลดความอ้วนโดยไม่กดดันตัวเองคือหนทางการลดความอ้วนที่จะทำให้คุณปฏิบัติอย่างมีความสุขได้

ลดน้ำหนัก (2)

4 งานบ้านสุดเจ๋ง ช่วยเผาผลาญแคลอรี แบบฉบับสุดยอดคุณแม่บ้าน

4 งานบ้านสุดเจ๋ง ช่วยเผาผลาญแคลอรี แบบฉบับสุดยอดคุณแม่บ้าน การออกกำลังกายเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการเผาผลาญแคลอรีส่วนเกินในรูปของไขมันที่ถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย แต่หากสถานะของความเป็นแม่บ้านคือข้ออ้างที่ทำให้คุณไม่อยากออกกำลังกาย ย่อมเป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะในบ้านของคุณยังมีกิจกรรมมากมาย ที่ช่วยให้การเผาผลาญแคลอรีนั้นเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว กวาดพื้นบ้าน ถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันพื้นฐานของงานบ้านสำหรับหญิงไทยเลยทีเดียว แต่เหล่าแม่บ้านอย่าเพิ่งหงุดหงิดที่จะต้องกวาดบ้านบ่อยๆ เพราะกิจกรรมนี้สามารถเทียบได้กับการออกกำลังกายด้วยวิธีการเดินที่คุณจะได้บริหารกล้ามเนื้อขาได้มากขึ้น  โดยใน 1 ชั่วโมง ร่างกายจะสามารถเผาผลาญแคลอรีโดยการกวาดบ้านได้ถึง  225 แคลอรีเลยทีเดียว ขัดพื้น ท่าทางของการขัดพื้นนั้น เป็นท่าทางที่ได้ใช้ทั้งกำลังของข้อมือ แขน หัวไหล่ รวมถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายในบริเวณส่วนล่างทั้งหมด การทำกิจกรรมประเภทนี้สามารถที่จะเผาผลาญแคลอรีได้ 300 ต่อชั่วโมง แต่ในการขัดพื้นห้องน้ำ หรือพื้นทั่วไปย่อมต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่านั้น ดังนั้นคุณจึงสามารเผาผลาญแคลอรีได้อย่างมากที่สุดถึง 500 แคลอรี ทำสวน เชื่อว่ากิจกรรมนี้คงจะสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับแม่บ้านอยู่แล้ว แต่ในสวนเล็กๆของบ้านมันช่วยให้เกิดการเผาผลาญพลังงานให้กับร่างกายได้แบบไม่เล็กเลยทีเดียว ใน 1 ชั่วโมงหากออกกำลังกายด้วยวิธีนี้จะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง300 แคลอรี เพราะร่างกายได้ออกแรงยกกระถางต้นไม้ ดายหญ้า รดน้ำต้นไม้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่หลากหลายมาก นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศดีๆจากการอยู่ท่ามกลางต้นไม้ นับว่าเป็นโชค 2 ชั้นเลยทีเดียว ถูบันได การขึ้น -ลงบันไดเป็นวิธีการง่ายมากที่จะช่วยให้คุณสามารถลดความอ้วนได้ เพราะกล้ามเนื้อส่วนขาได้ออกแรง เพื่อต้านแรงโน้มถ่วงของโลก ร่างกายจึงได้ใช้พลังงานมากกว่าการที่คิดโดยใน 1… Read More

213739-HealthylifestyleDESIGNCREATIVECOMMONS-1311174023-361-640x480

5 วิธีการดูแลสมองฉบับวัยรุ่น ในช่วงสอบ

5 วิธีการดูแลสมองฉบับวัยรุ่น ในช่วงสอบ การหมั่นดูแลสมองอยู่เสมอเป็นสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสอบเป็นช่วงที่สมองต้องการพลังงาน และการผ่อนคลายที่มากขึ้นกว่าช่วงปกติ เพราะสมองจะเกิดความตึงเครียด  เนื่องมาจากการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้น กดดันตัวเองมากขึ้น  ดังนั้นเพื่อให้การอ่านหนังสือสอบสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ด้วยความเข้าใจในเนื้อหาและทันเวลา  ระหว่างที่อ่านหนังสือนี้เราต้องใส่ใจในการดูแลสมองด้วย 1.มื้อเช้าสำคัญมาก มื้อเช้าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในบรรดามื้ออาหารทั้งหมด ในยามเช้าควรเลือกดูแลสมองได้ง่ายๆด้วยการรับประทานอาหารเช้า  หรือเลือกกับข้าวที่มีส่วนประกอบของเนื้อปลา ซึ่งมีคุณค่าของโอเมก้า 3 ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองให้ฉับไวมากยิ่งขึ้น  ที่สำคัญเนื้อปลายังย่อยง่าย จึงลดความเสี่ยงในเรื่องของอาการหารไม่ย่อย ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสภาวะที่ร่างกายเกิดความเครียด 2.ผ่อนคลายสมองด้วยการนวด สายตาที่เพ่งเล็งหนังสือจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ทำการอ่านหนังสือจึงควรพักสายตา อย่างน้อย 10-15 นาที เมื่ออ่านหนังสือไปนาน ๆ หากรู้สึกว่ามีขี้ตา หรืออาการตาแห้งให้จิบน้ำบ่อยๆ หรือใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือกดลงบริเวณระหว่างคิ้วแล้วนวดเบาๆ เพื่อให้ดวงตาผ่อนคลาย แถมยังเป็นอีกวิธีการที่ช่วยดูแลสมองให้สดใสมากขึ้นด้วย 3.ทำสมาธิ เมื่อจิตใจเกิดความกังวลก็ย่อมส่งผลเสียต่อสมองด้วย เพราะสติจะหายไป อัตราความพร้อมในการที่จะเรียนรู้จะต่ำลง เพราะฉะนั้นในสภาวะนี้ ต้องมีสติให้มากที่สุดโดยเลือกอ่านจับใจความสำคัญ หรือประเด็นที่ได้ทำการสรุปไว้  รับรองว่าคุณจะรู้สึกว่าเนื้อหาบางอย่าง จำได้ง่าย เข้าใจได้ง่ายกว่ามากกว่าตอนที่สมองตื้อๆ 4.มื้อดึกอร่อยง่ายด้วยไข่ต้ม ในยามดึกเป็นช่วงที่ร่างกายต้องได้การรับการผักผ่อนจึงไม่ควรรับประทานอาหารมื้อหนักๆ แม้จะหิวในขณะที่อ่านหนังสือก็ตาม แต่ก็มีเมนูหนึ่งที่สามารถช่วยดูแลสมอง และเพิ่มพลังในความจำได้เป็นอย่างดี ก็คือไข่ต้ม ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของโปรตีน อาจรับประทานด้วยการจิ้มซอสสักหน่อยเพื่อให้รสชาติที่อร่อย ครบคุณค่า… Read More