ไมแกรน (4)

เคล็ดลับเด็ดอยู่ร่วมกับโรคไมเกรน อย่างเป็นสุข ที่ใช้ได้จริง

เคล็ดลับเด็ดอยู่ร่วมกับโรคไมเกรน อย่างเป็นสุข ที่ใช้ได้จริง ด้วยสภาวะของสังคม หรือการงานที่เราทำอยู่ ย่อมส่งผลให้เกิดความเครียด วิตกกังวล จนนำมาสู่การเป็นโรคไมเกรน ซึ่งอาการของโรคไมเกรนที่พบได้ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว คลื่นไส้อาเจียน  หรืออาการแสบตาเพราะผู้ป่วยไมเกรนบางคนอาจมีอาการของโรคภูมิแพ้แสงร่วมด้วย  และเนื่องจากการเป็นโรคไมเกรนในแต่ละครั้งนั้นสามารถทำให้หายได้โดยการหลีกเลี่ยงการเกิดความเครียดซึ่งต้องใช้เวลามากที่สุดถึง 72 ชั่วโมง  บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับเด็ดๆที่ช่วยให้อาการของโรคไมเกรนทุเลาลงได้ง่ายกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ ทำร่างกายให้ผ่อนคลาย สภาวะที่เราผ่อนคลายมีความรู้สึกเนื้อตัวสบาย จะเป็นสภาวะที่ทำให้เราสามารถบรรเทาอาการไมเกรนได้  ดี วิธีการที่สามารถทำได้ง่ายและประหยัดงบสุดๆ คือการอาบน้ำโดยการแช่น้ำอุ่นจนรู้สึกสบายตัว  หรือการสระผมแล้วนวดหนังศีรษะ โดยใช้นิ้วมือกดจุดบริเวณขมับแล้วนวดวนเรื่อยๆ ก็จะทำให้อาการไมเกรนทุเลาลงได้ รับประทานของเปรี้ยว ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมีคุณสมบัติเป็นอาหารฤทธิ์เย็นที่ช่วยดับฤทธิ์ร้อนในร่างกาย และเนื่องจากอาการปวดศีรษะไมเกรนเป็นส่วนหนึ่งของสภาวะร่างกายร้อนเกิน ดังนั้นการรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจึงช่วยทำให้สดชื่นขึ้น และสามารถลดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ ผลไม้ที่ควรรับประทานอย่างเช่น ส้ม มะม่วง  แตงโม ส้มโอ องุ่น  มะขาม ยาดมหลอดเดียวเอาอยู่ ในยามวิกฤตคุณเชื่อหรือไม่ว่า ยาดมก็สามารถช่วยชีวิตคนที่ป่วยด้วยโรคไมเกรนได้เช่นกัน เพราะยาดมมีสารเมนทอลที่ช่วยให้ความสดชื่นกับร่างกาย  ลองทายาดมบริเวณจุดที่รู้สึกปวดไมเกรน มันจะช่วยทำให้คุณรู้สึกเย็นๆบริเวณที่รู้สึกปวด แล้วเปลี่ยนความปวดเป็นความเย็น จนในสุดคุณจะรู้สึกหายปวดไปในพริบตา  พักผ่อนนอนหลับ งดใช้สายตา แสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากหลอดไฟ รวมถึงแสงจากจอคอมพิวเตอร์ เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้รู้สึกปวดไมเกรนมากขึ้น ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อนในห้องที่ไร้ซึ่งแสงสว่างรบกวน จึงเป็นหนทางที่ช่วยให้อาการของโรคไมเกรนทุเลาลงได้ดีที่สุด  เพราะช่วยให้สมองได้คลายความตึงเครียด มีการฟื้นคืนตัวมากขึ้น อาการปวดศีรษะที่แสนทรมานจึงค่อยๆหายไป … Read More

ลดน้ำหนัก (2)

ลดความอ้วน ด้วยการลดคาร์โบไฮเดรตอย่างถูกวิธี

ลดความอ้วน ด้วยการลดคาร์โบไฮเดรตอย่างถูกวิธี สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ร่างกายนำไปใช้เป็นอันดับแรก และถูกนำไปใช้ได้มากกว่าสารประเภทโปรตีน และไขมัน อย่างเช่นสมองซึ่งไม่มีแหล่งสะสมพลังงานอยู่เลยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีน้ำตาลไปหล่อเลี้ยงให้ทันเวลา บางคนที่ลดความอ้วนคิดว่าการลดคาร์โบไฮเดรตคราวละมากๆ จะทำให้การลดความอ้วนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเป็นผลดีต่อร่างกาย  แต่แท้จริงแล้วมันคือความคิดที่ผิดและอันตรายสำหรับร่างกายอย่างมาก เพราะถ้าจะลดต้องลดอย่างถูกวิธี ลดรับประทานข้าวขัดสี ข้าวที่ทำให้การลดความอ้วนไม่ได้ผลคือข้าวที่ผ่านการขัดสี  เช่น ข้าวขาว ข้าวเหนียว ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีวิตามินต่างๆน้อย เพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ร่างกายนำไปใช้ได้เลย ควรรับประทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดงซึ่งไม่ผ่านการขัดสี ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายต้องมีการย่อยแป้งเหล่านั้นก่อน จึงช่วยให้อิ่มนาน แถมยังมีไฟเบอร์ เหล็ก ฟอสฟอรัสอีกด้วย หันมากินผลไม้เปรี้ยว ผลไม้ส่วนใหญ่จะมีรสชาติที่หวาน  แต่ระดับความหวานที่ได้จะแตกต่างกันตามปริมาณน้ำตาลในผลไม้ สำหรับผลไม้ที่หวานฉ่ำและให้น้ำตาลเยอะ เช่น ขนุน ทุเรียน มังคุด ซึ่งมีน้ำตาลสูง ส่วนผลไม้ที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้พอดีและไม่หวานจนเกินไป ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง ส้มโอ มะม่วงไม่สุก ซึ่งควรรับประทานตอนท้องว่าง เพราะจะช่วยให้วิตามินต่างๆถูกนำไปใช้ได้เต็มที่ มีไฟเบอร์ที่ทำให้ร่างกายขับถ่ายได้ดี  ไม่ควรรับประทานหลังอาหาร เพราะจะทำให้น้ำตาลเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ยามว่างอย่าเผลอเติมของน้ำตาลสูง เมื่อเกิดความรู้สึกอยากกินอาหารอยู่เรื่อยๆ อย่าได้ตามใจปากโดยการเลือกกินขนมกรุบกรอบ ขนมปังทาเนย พวกวุ้น เจลลาตินเพราะมันเป็นหนทางย่อยๆที่ทำให้การลดความอ้วนขึ้นไม่ได้ผล  ดังนั้นเวลาจะเดินทางไปไหนหรือทำอะไรแล้วเกิดความหิวอย่างฉับพลัน ให้นำผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำติดไว้ในกระเป๋าให้เป็นนิจ รับรองว่าสามารถคลายหิวได้ หรืออาจพกขนมปังที่มีธัญญาหารและน้ำตาลน้อย… Read More

ลดความอ้วน (3)

4 เคล็ดลับแก้หลับยากภายใน 20 นาที ที่คุณต้องอึ้ง

4 เคล็ดลับแก้หลับยากภายใน 20 นาที ที่คุณต้องอึ้ง การนอนหลับยากเป็นอาการที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต บ่อยครั้งหลังจากที่ตื่นนอนร่างกายจะเกิดความอ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า หงุดหงิดง่ายเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองอ่อนล้า หมดแรง  การนอนหลับยากเนื่องจากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอยังส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดัน  โรคหัวใจรวมถึงโรคอื่นๆอีกด้วย มาแก้ไขการหลับยาก ให้หลับง่ายในวิธีง่ายๆที่คุณต้องอึ้งกันดีกว่า รักษาปัจจัยทางกายภาพภายในห้องนอน การตรวจสอบปัจจัยทางภาพภายในห้องนอนเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายที่สุด เพราะอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง ตลอดจนอากาศที่ถ่ายเทสะดวกภายในห้องนอนนั้นส่งผลกระทบต่อการนอนหลับได้แทบทุกปัจจัย หากเกิดอาการนอนหลับยากเป็นประจำ ลองปรับภูมิทัศน์ของห้องนอนโดยเน้นหลักง่ายๆคือกลางวันมีแสงสว่างส่องถึง แต่ปราศจากแสงสว่างในยามกลางคืน แต่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความร้อน ถ้าปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ก็จะรู้สึกสบายตัว  นอนหลับง่ายขึ้น     ออกกำลังกายในตอนเย็น เมื่อร่างกายผ่านสภาวะที่มีการใช้พลังงานสูง หรือสภาวะของความเหนื่อยมา  ย่อมทำให้เกิดกระบวนการอยากพักผ่อน การนอนหลับยากจึงไม่เกิดขึ้น โดยคุณจะต้องวางแผนการออกกำลังกายไว้ก่อน โดยเลือกช่วงเวลาประมาณ 15.00- 17.00 น. ซึ่งไม่ติดกับช่วงเย็นมากเกินไป ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเข้านอนเพราะเป็นสภาวะที่ร่างกายตื่นตัวแล้ว ทำให้เกิดอาการนอนหลับยากมากขึ้นกว่าเดิม  นอกจากนี้ยังเป็นช่วงของการกำจัดของเสียของกระเพาปัสสาวะ การออกกำลังกายในช่วงนี้กระเพาปัสสาวะก็จะแข็งแรงขึ้น กำจัดยูเรียได้ดีขึ้น สวดมนต์ไหว้พระ การทำจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่คิดมาก เครียดกังวล จะทำให้การนอนหลับเป็นไปโดยง่าย หากคุณนอนไม่หลับลองหยิบหนังสือสวดมนต์มาสักเล่ม ค่อยๆสวดมนต์ด้วยใจที่เป็นสมาธิ เรียบเรียงไปทีละบทสวด ด้วยความซื่อสัตย์ของตัวเอง  จิตใจจะมีความสงบมากขึ้น… Read More

Mixed Nuts

3 ข้อดีของคอเลสเตอรอล ที่คนลดความอ้วนจะต้องร้องว้าว!

3 ข้อดีของคอเลสเตอรอล ที่คนลดความอ้วนจะต้องร้องว้าว! แม้ว่าคลอเลสเตอรอลจะเป็นฝันร้ายของผู้ที่ต้องการจะลดความอ้วน แต่คลอเลสเตอรอลก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับร่างกายของเราอยู่ไม่น้อย โดยร่างกายสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เอง ใช้เอง ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ หลายคนที่คิดจะลดความอ้วนอาจคิดว่าคลอเลสเตอรอลมีแต่ผลเสียต่อตนเอง โดยหารู้ไม่ว่ามันมีความสำคัญอย่างมากต่อทุกกระบวนการของร่างกาย มาลองทำความรู้จักกับ 3 ข้อดีของคลอเลสเตอรอลต่อสุขภาพ ด้วยเหตุผลที่รู้แล้วจะต้องร้องว้าว!   1.คลอเลสเตอรอล ผู้สร้างเครื่องทำลายไขมันชั้นเยี่ยม ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยสลายไขมัน น้ำดีนั้นสังเคราะห์มาจากโคเลสเตอรอลที่ตับและถูกส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดี  เกลือน้ำดีจะทำหน้าที่เป็นตัว emulsifier ซึ่งหมายถึงกระบวนการทำให้อาหารประเภทไขมันเกิดการแตกตัวเป็นโมเลกุลไขมันเล็กๆ ร่างกายเราจึงสามารถย่อยอาหารประเภทนี้ได้ง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว หากคนที่ลดความอ้วนดันกินอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมากเพิ่มขึ้นอีก การสลายไขมันก็คงไม่ทันจนเกิดความอ้วนกันต่อไป   2.ถ้าไม่มีคลอเลสเตอรอล  คุณก็ไม่มีอารมณ์ทางเพศเลยนะ     เนื่องจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย และฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง เป็นฮอร์โมนเพศที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการแสดงออกลักษณะทางภายนอกของร่างกาย และการแสดงออกทางอารมณ์ของเพศให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ และเมื่อได้ลองสืบโครงสร้างทางเคมีของฮร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้พบว่ามีโครงสร้างพื้นฐานที่มาจากคลอเลสเตอรอล นั่นหมายความว่าถ้าไม่มีคลอเลสเตอรอลก็ไม่มีฮอร์โมนชนิดนี้ก่อกำเนิดขึ้นแน่นอน  แต่หากไม่ลดความอ้วน การทำงานของฮอร์โมนก็จะแปรปรวนไปด้วย 3.คลอเลสเตอรอล ช่วยรับคุณค่าจากพลังแสงอาทิตย์ ผู้ที่ลดความอ้วนคงยังไม่เคยทราบมาก่อนว่าคลอเลสเตอรอลช่วยเสริมสร้างกระดูกได้ด้วย  เนื่องจากร่างกายสามารถทำการสังเคราะห์วิตามินดีได้เอง โดยอาศัยคลอเลสเตอรอลที่อยู่ในชั้นไขมันของผิวหนัง  ดังนั้นหากจินตนาการว่าผิวหนังเราไม่มีคลอเลสเตอรอลก็คงไม่มีวิตามินดีที่สำคัญ เพราะวิตามินดีช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และมีผลในการทำงานของเนื้อเยื่อต่างๆ   นี่คือข้อดีของคลอเลสเตอรอลที่ผู้ลดความอ้วนหลายคนยังไม่รู้ การนำเสนอข้อดีทั้ง 3 ข้อไม่ได้ต้องการที่จะให้คุณลดความมุ่งมั่นที่จะลดความอ้วน  แต่เป็นการเน้นย้ำคลอเลสเตอรอลนั้นมีความจำเป็นและร่างกายก็สามารถที่จะสร้างมันได้เองในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว และเราก็ไม่ควรรับรับประทานสารที่มีคลอเลสเตอรอลในปริมาณมากเกินไปเพิ่มเติมเข้าไปอีก เราสามารถลดการกินคลอสเรสเตอรอลในปริมาณน้อยได้อย่างถูกวิธีโดยเลือกใช้กรดไขมันกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวในการประกอบอาหาร เช่น… Read More

บานาน่า (3)

ยิ่งกินกล้วย ยิ่งได้สุขภาพแบบไม่กล้วยๆ

ยิ่งกินกล้วย ยิ่งได้สุขภาพแบบไม่กล้วยๆ มั่นใจได้เลยว่า ” กล้วย ” เป็นหนึ่งในผลไม้สุดโปรดของหลายๆคน ด้วยคุณประโยชน์ที่เราทราบกันดีว่ากล้วยช่วยให้อิ่มท้อง ไม่อ้วนง่าย ขับถ่ายคล่อง เราจึงมั่นใจได้ว่ากล้วยนั้นดีต่อสุขภาพครบทุกด้าน แต่ขอบอกว่าประโยชน์ของกล้วยไม่ได้กล้วยๆแค่เพียงเท่านี้ ยังมีประโยชน์ของกล้วยซึ่งมีความแปลกแต่ดีต่อสุขภาพในแบบที่คุณคาดไม่ถึงมาฝากกัน ลดอาการซึมเศร้าด้วยกล้วย นอกจากกล้วยนั้นจะเป็นแหล่งของสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเครตเพราะอุดมไปด้วยแป้ง และน้ำตาลแล้ว กล้วยยังมีโปรตีนทริปโตเฟน  ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นสารสื่อประสาทเซโรโทนิน  อันเป็นสารแห่งความสุข สงบ เพิ่มความผ่อนคลายได้เช่นเดียวกับฮอร์โมนเอนโดรฟินที่ให้ความสุขกับร่างกาย หากอยากลองพิสูจน์ดูสักครั้ง คุณก็ลองรับประทานกล้วยดู ว่าคุณรู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายได้มากขึ้นหรือไม่ กล้วยป้องกันโลหิตจาง กล้วยนั้นมีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบหมุนเวียนโลหิตของร่างกาย เพราะธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของรงควัตถุที่ชื่อว่าฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง  หากฮีโมโกลบินมีปริมาณเพียงพอก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเม็ดเลือดให้สามารถดักจับออกซิเจนในอากาศได้ในปริมาณที่มากขึ้น เซลล์ในร่างกายจึงได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ในขณะเดียวกันการมีปริมาณเม็ดเลือดแดงที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจาง กล้วยช่วยเพิ่มกำลังสมองแม้ยามรีบเร่ง เนื่องจากสมองมีการสะสมปริมาณสารอาหารที่น้อยกว่าอวัยวะอื่นๆของร่างกาย ดังนั้นการนำน้ำตาลไปเลี้ยงสมองจึงต้องเกิดขึ้นอย่างฉับไว และเพื่อให้สมองสามารถทำงานได้ดีขึ้น การรับประทานกล้วยก็เป็นอีกวิธีการที่ไม่เลว เพราะกล้วยมีวิตามินที่สำคัญที่มีความจำเป็นต่อสมองได้แก่ วิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน) และวิตามินบี 12 (โคบาลามีน) กล้วยจึงช่วยให้สมองได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ  การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เสริมสร้างสมาธิ สายตา การทรงตัว ตลอดจนสามารถควบคุมอารมณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้น อาการเครียด หงุดหงิดก็มีโอกาสลดลง  คนเลิกบุหรี่ต้องกินกล้วย เพราะในกล้วยนั้นมีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย การรับประทานกล้วยจึงสามารถทุเลาอาการอยากนิโคตินของคนที่เลิกบุหรี่ใหม่ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการหิวบ่อย… Read More

สุขภาพ (3)

ดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงด้วยวิธีง่ายๆที่คุณก็ทำได้

ดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงด้วยวิธีง่ายๆที่คุณก็ทำได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรประโยคที่เราได้ยินอย่างคุ้นหูว่า” ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ก็สามารถนำมาใช้ได้เสมอ เพราะสุขภาพจิตของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง และมีผลต่อสุขภาพกายที่ยอดเยี่ยมของคุณอีกด้วย ดังนั้นหากเกิดอาการเครียด ว้าวุ่นใจเมื่อใดให้ลองมาเสริมสร้างสุขภาพจิตให้เข้มแข็งพร้อมทั้งรับมือกับทุกสิ่งที่เผชิญเข้ามาได้ด้วยวิธีการเหล่านี้เลย ตะโกนให้ก้องป้องกันสุขภาพจิต เลือกสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติหรือมีอากาศถ่ายเทสะดวก สูดลมหายใจของคุณให้เต็มปอด ค่อยๆปล่อยลมหายใจโดยใช้มือสัมผัสกับหน้าท้อง แล้วตะโกนด้วยเสียงอันดังก้องในสิ่งที่คุณเครียดออกไปให้ธรรมชาติได้รับรู้ แล้วคิดเสียว่าเราได้ทิ้งสิ่งที่ทำให้สุขภาพจิตของเราหมองหม่นออกไปแล้ว เราจะต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อสิ่งดีๆที่รออยู่ เอาความทุกข์ฝากฟ้าไว้ก่อน เราจัดการได้เมื่อไหร่ให้มาขอบคุณฟ้า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยเปลี่ยนสุขภาพจิตให้คิดในแง่บวก นวดฝ่าเท้าผ่อนคลายจิตใจ ลองถอดรองเท้าคู่โปรดออกเสียก่อน จากนั้นเอาเท้าสัมผัสบนผืนหญ้าหรือก้อนกรวด ค่อยๆก้าวเดินอย่างมีสติในทุกๆก้าว นำเอาสมาธิมาอยู่ที่เท้า ลบความคิดแง่ร้ายออกไป กุศโลบายที่สำคัญของวิธีการนี้คือการนวดฝ่าเท้า เพราะตำแหน่งต่างๆของฝ่าเท้ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับกระบวนการต่างๆของอวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย จากผลการวิจัยเมื่อลองให้อาสาสมัครกระทำตามวิธีการนี้  ก็พบว่าสามารถช่วยผ่อนคลายสุขภาพจิตใจ และลดอาการนอนไม่หลับได้อย่างเหลือเชื่อ ปั่นจักรยานบนถนนกว้างสร้างสุขภาพจิต ปัจจุบันการปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะความมุ่งมั่นในจุดหมายปลายทางรวมถึงการสติในการทรงตัวนั้นช่วยในการเสริมสร้างสมาธิของเหล่านักปั่นได้เป็นอย่างดี จนลืมไปเลยว่ามีเรื่องที่ก่อให้เกิดความกังวลต่อสุขภาพจิตอยู่  ระหว่างปลายทางที่ปั่นจักรยานทำให้เราได้เห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงธรรมชาติมากมายที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ และผ่อนคลายสุขภาพใจ  แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณจะต้องเลือกเส้นทางในการปั่นจักรยานที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมด้วยนะ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของวิธีการดูแลสุขภาพจิตสุดเจ๋งที่เรามั่นใจว่าไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ ขอเพียงคุณให้สุขภาพจิตใจของคุณได้ปลดปล่อยกับความเครียดหรือการแบกรับสิ่งต่างๆที่ผันเปลี่ยนไปเสียบ้าง เมื่อจิตใจกระชุ่มกระชวยขึ้นก็กลับมาลุยกับมันใหม่ นอกจากจะเปี่ยมไปด้วยสุขภาพจิตที่เข้มแข็งแล้ว คุณยังมีกำลังใจและมีแนวความคิดใหม่ในแง่บวกที่ดีขึ้นในการใช้ชีวิตอีกด้วย อย่าลืมดูแลสุขภาพกายไปพร้อมกับสุขภาพจิตด้วยนะคะ  

relax (1)

6 วิธีดูแลสมองยามเหนื่อยล้า ในวันที่งานเต็มโต๊ะ

6 วิธีดูแลสมองยามเหนื่อยล้า ในวันที่งานเต็มโต๊ะ สมองเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความคิด ความมีเหตุผล จินตนาการ การเคลื่อนไหว การทรงตัว ตลอดจนการแสดงออกทางด้านของอารมณ์และจิตใจซึ่งเราต้องใส่ใจและดูแลสมองอยู่เสมอ เมื่อร่างกายได้ผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วงย่อมทำให้สมองเกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า คิดอะไรไม่ออก ดังนั้นหากอยู่ในช่วงที่งานล้นมือหรืองานกองเต็มโต๊ะ ลองหันหลังให้กับความเครียดเรื่องงาน มาพักดูแลสมองให้ฟื้นคืนตัวก่อนดีกว่า 1.เพิ่มความหวานให้กับสมอง สมองจะเลือกดึงน้ำตาลกลูโคสซึ่งสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่สมอง และถูกนำไปใช้ได้ก่อนสารอาหารประเภทอื่นๆ  ดังนั้นการเพิ่มน้ำตาลให้กับร่างกายในสภาวะที่มีอาการอ่อนล้าจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น  จึงถือว่าเป็นหนทางง่ายๆในการดูแลสมองให้กระปรี้กระเปร่าเลยทีเดียว 2.งีบสัก 10 นาทีช่วยได้ การนอนหลับในตอนกลางวันแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ สามารถช่วยดูแลสมองให้สดใสขึ้นได้ทันตาเห็น เพราะสมองได้หยุดใช้ความคิด  เหมือนเป็นการพักเรื่องยนต์ไว้ก่อน เมื่อเปิดสวิตช์ใหม่สมองจึงสดใสพร้อมทำงานต่อ แต่ในการหลับเพียงแค่ 10 นาทีนี้ควรเป็นการหลับให้สนิทไปเลย 3.ผ่อนคลายฟังเพลง เลือกฟังเพลงที่ช่วยผ่อนคลายสมอง  ด้วยเสียงแผ่วเบาและคลื่นความถี่ต่ำๆของเพลงจะทำให้สมองได้ผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ความคิดที่เป็นเหตุผลของสมองซีกซ้าย  เมื่อฟังเพลงเราจะได้ใช้จินตนาการและอารมณ์ทำให้สมองซีกซ้ายได้พัก  แต่ไปใช้สมองซีกขวาแทน  เราจึงไม่รู้สึกตึงๆบริเวณศีรษะข้างซ้ายซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้ความคิดและหลักการที่มากเกินไป 4.คุยกับคนที่คุณรัก ความรักช่วยเพิ่มพลังสมองได้อย่างแปลกประหลาด การได้คุยกับคนที่รักหรือกอดจะทำให้หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดได้ขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น  เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ความเครียดกังวล ลดลง มีกำลังใจในการทำงานทากขึ้น อย่ารอช้ารีบกลับไปหาคนที่คุณรักเพื่อดูแลสมองให้สดชื่นขึ้นเป็นการด่วน   5.เปลี่ยนสถานที่ หลบมุม เมื่อคุณเดินหลีกออกจากบริเวณที่มีความเครียด  มันจะช่วยให้คุณลดความกดดันลงได้มากเลยทีเดียว  คราวนี้สมองของเราก็จะรู้สึกโล่งๆ ไม่ตึงเหมือนขณะที่กำลังทำงานด้วยความเครียดเลยล่ะ 6.ออกกำลังกายเบาๆ… Read More

213739-HealthylifestyleDESIGNCREATIVECOMMONS-1311174023-361-640x480

5 วิธีการดูแลสมองฉบับวัยรุ่น ในช่วงสอบ

5 วิธีการดูแลสมองฉบับวัยรุ่น ในช่วงสอบ การหมั่นดูแลสมองอยู่เสมอเป็นสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสอบเป็นช่วงที่สมองต้องการพลังงาน และการผ่อนคลายที่มากขึ้นกว่าช่วงปกติ เพราะสมองจะเกิดความตึงเครียด  เนื่องมาจากการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้น กดดันตัวเองมากขึ้น  ดังนั้นเพื่อให้การอ่านหนังสือสอบสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ด้วยความเข้าใจในเนื้อหาและทันเวลา  ระหว่างที่อ่านหนังสือนี้เราต้องใส่ใจในการดูแลสมองด้วย 1.มื้อเช้าสำคัญมาก มื้อเช้าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในบรรดามื้ออาหารทั้งหมด ในยามเช้าควรเลือกดูแลสมองได้ง่ายๆด้วยการรับประทานอาหารเช้า  หรือเลือกกับข้าวที่มีส่วนประกอบของเนื้อปลา ซึ่งมีคุณค่าของโอเมก้า 3 ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองให้ฉับไวมากยิ่งขึ้น  ที่สำคัญเนื้อปลายังย่อยง่าย จึงลดความเสี่ยงในเรื่องของอาการหารไม่ย่อย ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสภาวะที่ร่างกายเกิดความเครียด 2.ผ่อนคลายสมองด้วยการนวด สายตาที่เพ่งเล็งหนังสือจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ทำการอ่านหนังสือจึงควรพักสายตา อย่างน้อย 10-15 นาที เมื่ออ่านหนังสือไปนาน ๆ หากรู้สึกว่ามีขี้ตา หรืออาการตาแห้งให้จิบน้ำบ่อยๆ หรือใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือกดลงบริเวณระหว่างคิ้วแล้วนวดเบาๆ เพื่อให้ดวงตาผ่อนคลาย แถมยังเป็นอีกวิธีการที่ช่วยดูแลสมองให้สดใสมากขึ้นด้วย 3.ทำสมาธิ เมื่อจิตใจเกิดความกังวลก็ย่อมส่งผลเสียต่อสมองด้วย เพราะสติจะหายไป อัตราความพร้อมในการที่จะเรียนรู้จะต่ำลง เพราะฉะนั้นในสภาวะนี้ ต้องมีสติให้มากที่สุดโดยเลือกอ่านจับใจความสำคัญ หรือประเด็นที่ได้ทำการสรุปไว้  รับรองว่าคุณจะรู้สึกว่าเนื้อหาบางอย่าง จำได้ง่าย เข้าใจได้ง่ายกว่ามากกว่าตอนที่สมองตื้อๆ 4.มื้อดึกอร่อยง่ายด้วยไข่ต้ม ในยามดึกเป็นช่วงที่ร่างกายต้องได้การรับการผักผ่อนจึงไม่ควรรับประทานอาหารมื้อหนักๆ แม้จะหิวในขณะที่อ่านหนังสือก็ตาม แต่ก็มีเมนูหนึ่งที่สามารถช่วยดูแลสมอง และเพิ่มพลังในความจำได้เป็นอย่างดี ก็คือไข่ต้ม ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของโปรตีน อาจรับประทานด้วยการจิ้มซอสสักหน่อยเพื่อให้รสชาติที่อร่อย ครบคุณค่า… Read More

ชีวจิต2

เอาชนะมะเร็งด้วย 3 วิธีบำบัดสุขภาพกายจากธรรมชาติ

เอาชนะมะเร็งด้วย 3 วิธีบำบัดสุขภาพกายจากธรรมชาติ เมื่อเซลล์ในร่างกายที่มีการเจริญเติบโตและมีการทำงานอย่างเป็นปกติเกิดการก่อกบฏ  ไม่ยอมเชื่อฟัง ไม่ยอมรับคำสั่งตามกระบวนการทำงานของร่างกาย จนก่อตัวรวมเป็นเจ้ามะเร็งเนื้อร้ายที่พร้อมจะทำลายตัวเองและเซลล์ข้างเคียงได้ทุกเมื่อ มะเร็งจึงเป็นโรคที่หลายคนหวาดกลัว  ทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งได้ และแน่นอนว่ามีโอกาสที่จะหายจากโรคนี้ได้เช่นกัน  เพราะหนทางที่จะช่วยเยียวยาร่างกาย และฟื้นฟูสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็งสามารถทำได้ง่ายและไม่เจ็บปวดอย่างที่คิด ง่ายแค่ไหนมาปฏิบัติไปด้วยกัน อาหารชีวจิต อาหารดีที่ช่วยต้านมะเร็ง การรับประทานอาหารชีวจิตเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายแข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงจากการแปรสภาพเป็นเซลล์มะเร็งได้ เพราะอาหารชีวจิตเป็นอาหารที่มีความเป็นธรรมชาติสูง  ผ่านกรรมวิธีที่ใช้ในการแปรรูปที่น้อย ดังนั้นจึงย่อมให้คุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วนต่อร่างกาย  ตัวอย่างอาหารทางชีวจิตที่ให้พลังงานอย่างเพียงพอต่อร่างกาย ได้แก่ ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืชประเภทถั่ว แกงเลียง แกงจืด ผัดผัก เป็นต้น โดยยึดหลักการจัดสรรเมนูของอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่และมีความหลากหลาย กินผักและผลไม้ทุกมื้อช่วยผลักดันมะเร็งให้ไกล ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายสำหรับการใช้พลังงานในแต่ละวัน แต่สิ่งที่จะต้องรับประทานมากเป็นพิเศษคือผักและผลไม้ ซึ่งจะมอบวิตามินและเกลือแร่ให้กับเซลล์ต่างๆ  กระบวนการเมทาบอลิซึมของร่างกายจึงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  ห่างไกลจากการก่อตัวเป็นเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี  สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย แต่ที่สำคัญจะต้องมีการเลือกซื้อผลไม้ที่มีความสดใหม่ ไร้ยาฆ่าแมลง และมีกระบวนการล้างที่สะอาดก่อนนำมาบริโภค ออกกำลังกายต้านภัยไร้มะเร็ง การออกกกำลังกายจะเป็นวิธีการเผาผลาญสารอาหารให้ได้มาซึ่งพลังงาน ลดการสะสมของ                         คลอเลสเตอรอล หรือลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขับของเสียออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการบริหารส่วนต่างๆของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น  เซลล์ต่างๆก็มีโอกาสได้ฟื้นฟูตัวเอง นำเอาสารอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น จากผลการวิจัยพบว่าการออกกำลังกายสามารถลดโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมได้ถึง  30… Read More

ลดน้ำหนัก (2)

3 บทบาทเพื่อการดูแลสุขภาพ อย่างมืออาชีพ

3 บทบาทเพื่อการดูแลสุขภาพ อย่างมืออาชีพ การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะร่างกายของเรามีเพียงร่างกายเดียว จึงคงเป็นเรื่องไม่ดีนักที่จะปล่อยปละละเลยสุขภาพ ยิ่งในสภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ  อาหารที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย รวมทั้งการไม่ออกกำลังกายย่อมส่งผลให้สุขภาพเต็มไปด้วยสิ่งคุกคามที่พร้อมจะก่อให้เกิดโรคต่างๆ   ดังนั้นอย่ารอช้า มาสร้างบทบาทของนักดูแลสุขภาพที่ดี อย่างมืออาชีพกันดีกว่า 1.บทบาทผู้พิทักษ์สุขภาพ ร่างกายของเรามีเหล่าวายร้ายที่พร้อมจะทำลายสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะสารที่ชื่อว่าอนุมูลอิสระ หนทางที่จะช่วยพิทักษ์ร่างกายให้ห่างไกลจากสารเหล่านี้ คือการดูแลสุขภาพในการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ส้ม ซึ่งมีวิตามินซี ที่ช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระ เคล็ดลับง่ายๆในการเลือกซื้อและเก็บผักผลไม้อย่างถูกวิธี และเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระคือ เลือกซื้อผักไร้สารพิษ เลือกกินผักสดๆ เพราะการนำผักไปแช่เย็น หรือต้มน้ำร้อน จะทำให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระลดลง และที่สำคัญควรดูแลสุขภาพให้มากขึ้นด้วยการรับประทานผักและผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี ได้เก่ สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีม่วง 2.บทบาทผู้เสริมสร้าง สนับสนุน ชีวิตประจำวันของเราล้วนต้องพบเจอกับมลภาวะที่ทำให้สุขภาพอ่อนแอลง  เราจึงต้องดูแลร่างกายด้วยการเสริมสร้างการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆให้เข้มแข็งขึ้น โดยอาศัยตัวกลางอันได้แก่ วิตามินและเกลือแร่  สำหรับวิตามินในร่างกายประกอบด้วยวิตามินที่ละลายน้ำได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมันได้แก่ วิตามินเอ ดี อี และวิตามินเค… Read More