reskin (106)

โบท๊อกซ์ ลดกราม

โบท๊อกซ์ ลดกราม

Natural Beautyสำหรับคุณสาวๆ ที่อยากหน้าเรียวสวยด้วยวิธีการฉีดโบท็อกซ์นั้น ขอแนะนำว่า ไม่ควรที่จะพลาดการติดตามอ่านเนื้อหาของบทความต่อไปนี้ ซึ่งหวังว่า จะเป็นช่วยสร้างความเข้าในการฉีดสารโบท็อกซ์ ในการเสริมใบหน้าให้เรียวให้กับคุณสาวๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้นซึ่งเนื้อหาในบทความชิ้นนี้ โดยส่วนใหญ่มาจากคำถามยอดฮิตของคุณสาวๆ นั่นเอง

สารโบท็อกซ์คืออะไร แล้วนำมาใช้ในการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวได้อย่างไร

โบท็อกซ์ คือ สารโปรตีนชนิดหนึ่งที่ใช้ในการรักษาริ้วรอยที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็งบ่อยๆ หรือทำงานมากเกินไปจนเกิดรอยย่นขึ้น เช่น รอยขมวดคิ้ว เป็นต้น หรือมวลของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเนื่องจากมีการใช้งานบ่อยๆ เช่น บริเวณกราม ที่มีการใช้เพื่อบดเคี้ยวอาหารอยู่เป็นประจำ เป็นต้น แพทย์จะทำโดยการฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปทำการยังยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อในบริเวณที่เกิดปัญหา ทำให้กล้ามเนื้อที่เกิดรอยย่นทำงานน้อยลง หรือกล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นสูงมีขนาดที่เล็กลง ช่วยทำให้ใบหน้าเรียวขึ้นนั่นเอง

 reskin (104)การฉีดหน้าเรียวด้วยสารโบท็อกซ์ ต้องฉีดบริเวณใดของใบหน้าบ้าง

โดยพื้นฐานแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียวลงบนใบหน้าข้างละประมาณ 5 จุด โดยมีหลักการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวอยู่ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้  การฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อลดกล้ามเนื้อที่กราม แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เข้าที่บริเวณกรามเพื่อลดกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงสามารถเรียวมากขึ้นตามไปด้วย การฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อยกแก้ม เป็นการช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ทำการดึงแก้มอยู่นั้นทำงานน้อยลง โดยทำการฉีดสารโบท็อกซ์ที่ขากรรไกร ทำให้ใบหน้าดูเล็กเรียวมากขึ้น การฉีดสารโบท็อกซ์ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที โดยแพทย์จะใช้ยาชา ก่อนการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กที่สุด และสารโบท็อกปริมาณเพียงเล็กน้อย ในขณะฉีดคุณสาวๆอาจจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อยคล้ายกับกำลังถูกมดกัด เมื่อฉีดเสร็จแล้วสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องทำการพักฟื้นแต่อย่างใด

 reskin (107)สารโบท็อกซ์ออกฤทธิ์เร็วแค่ไหน แล้วช่วยทำหน้าให้เรียวได้นานแค่ไหน

สารโบท็อกซ์ จะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากที่ฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 วัน และเริ่มเห็นผลผ่านใน 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมไปถึงขนาดของยาที่ฉีดเข้าไปและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย สารโบท็อกซ์สามารถคงอยู่ออกฤทธิ์ต่อได้ประมาณ 6-8 เดือน เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว สามารถทำการฉีดซ้ำได้อีก แต่ไม่ควรทิ้งช่วงห่างหลังจากสารหมดฤทธิ์แล้วนานเกิน 6 เดือน  การวิจัยพบว่า ถ้าหากฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อช่วยในการยุบกรามให้เล็กลงติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป จะมีโอกาสทำให้กรามเล็กลงอย่างถาวร

การเลือกสารโบท็อกซ์ในการฉีดหน้าเรียวอย่างปลอดภัย

คุณสาวๆ ควรที่จะเป็นคนที่ทำการเลือกยี่ห้อและสัญชาติของสารโบท็อกซ์ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยจากสารโบท็อกซ์ปลอม ซึ่งในปัจจุบันสารโบท็อกซ์ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรือ อย.ในประเทศไทย ก็มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ยี่ห้องใหญ่ๆ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

  1. BOTOX สารโบท็อกซ์สัญชาติอเมริกา มีราคาแพงมากที่สุด และมีคุณภาพที่ดีที่สุด
  2. DYSPORT สารโบท็อกซ์จากยุโรป เห็นผลจากการฉีดได้รวดเร็วมากที่สุด
  3. NEURONOX จากประเทศเกาหลี จะมีโมเลกุลที่เล็กกว่า BOTOX จากประเทศอเมริกา ทำให้มีการกระจายตัวได้น้อยกว่า

ข้อควรระมัดระวังที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการฉีดสารโบท็อกซ์

  1. คุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ ห้ามเข้ารับการฉีดสานโบท็อกซ์โดยเด็ดขาด
  2. งดการรับประทานยาประเภทแอสไพรินและยาปฏิชีวนะก่อนการฉีดสารโบท็อกซ์

 153766035ข้อห้ามที่สำคัญหลังจากที่ทำการฉีดสารโบท็อกซ์

หลังจากการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อช่วยทำใบหน้าให้เรียวขึ้นนั้น คุณสาวๆควรที่จะปฏิบัติตัว โดยระมัดระวังข้อห้าม ดังต่อไปนี้

ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบ หลังจากฉีดสารโบท็อกซ์ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง

งดการนวดหน้า หรือการกดจุดบนใบหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์

หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น ประมาณ 2 สัปดาห์

หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีเนื้อแข็งๆ หรือเหนียวๆที่เคี้ยวยาก เช่น น้ำแข็ง ซี่โครง กระดูกอ่อน ข้าวเหนียว หมากฝรั่ง เป็นต้น การเคี้ยวสิ่งเหล่านี้มากๆ จะเสมือนเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกิดการทำงานมากขึ้น ทำให้มีโอกาสกลับมามีขนาดใหญ่เหมือนเดิมได้อีก

งดดื่มแอลกฮอลล์ เป็นเวลาประมาณ 1 วัน หลังจากการฉีด

หลีกเลี่ยงความร้อน การใช้แสงเลเซอร์ และคลื่นไฟฟ้าในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของคุณสาวๆ แต่ละคนนั้นจะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ก่อนการทำหน้าเรียวโดยการฉีดสารโบท็อกซ์นั้น ควรทำการปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง รวมไปถึง การฉีดสารโบท็อกซ็ ก็ควรที่จะทำด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณสาวๆ เอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>