เลเซอร์หน้าใส

tips16

เลเซอร์หน้าใส
เลเซอร์มีหลายชนิด จึงต้องเลือกใช้ตามรอยโรค โดยอาศัยหลักการดูดซับแสงของรงควัตถุในช่วงคลื่น ต่างๆกัน ตัวอย่างเช่น เมลานิน ฮีโมโกบิน (ในเมล็ดเลือดแดง)และน้ า ซึ่งเป็นส่วนประกอบส าคัญในเซลล์ผิวหนัง จะดูดซับแสงในช่วงคลื่นต่างๆกัน เช่น แสงช่วงคลื่นสีแดง (ความยาวช่วงคลื่น 193 nm)จะมีผลต่อสารพอร์ไฟริน แสงความยาวช่วงคลื่น 577 nm มีผลต่อฮีโมโกลบิน (ในเม็ดเลือดแดง) นอกจากนั้นเลเซอร์ยังมีผลต่อการท าลายเนื้อเยื่อ โดยความร้อนจะทำให้เกิดสลายตัวของดีเอ็นเอ (DNA) อาร์เอ็นเอ (RNA) และผิวหนังของเซลล์ โดยเซลล์ปกติของมนุษย์จะเริ่มตายเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 45O ซ เป็น ระยะเวลา 20 นาที

แต่เมื่ออุณภูมิสูงขึ้น 10O ซ ระยะเวลาที่ใช้จะลดลง 10 เท่า จากความรู้ดังกล่าวเราสามารถน าเครื่องเลเซอร์มาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง และปัจจุบันการ รักษาโรคผิวหนังโดยใช้แสงเลเซอร์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โรคและปัญหาทางผิวหนังหลายชนิดที่ไม่เคยรักษามา ก่อน หรือรักษาได้ผลไม่ดีนัก ก็สามารถรักษาได้ผลโดยใช้แสงเลเซอร แต่จะเห็นว่าเลเซอร์แต่ละชนิดมีผลต่อเนื้อเยื่อเแตกต่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เลเซอร์แบบเดียวจะรักษาได้ ทุกโรคดังนั้นการท างานในห้องผ่าตัดเกี่ยวกับเลเซอร์ผิวหนังควรมีอย่างน้อยคือ คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ เลเซอร์ส าหรับระบบหลอดเลือด คือ pulse dye และเลเซอร์ส าหรับรอยด่างด า คือ Q – switched ruby หรือ Q – switched Nd – Yag laser
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ดูแลผิวพรรณ หลังจากสิวอักเสบยุบหายแล้วมักทิ้งร่องรอย แดงๆ ดำๆโดยส่วนใหญ่รอยแดงจะหายได้เอง แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน ในกรณีที่ต้องการรักษาเพื่อให้รอยแดงจากสิวหายเร็วขึ้น ก็มีนวัตกรรมในการรักษาที่ช่วยได้หลายวิธีทั้งการทายา การรับประทานยา วิธีที่ดีและเห็นผลเร็วมากๆคือการใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่เฉพาะเจาะจงกับรอยแดงเป็นพิเศษคือ การทำ ไอพีแอลซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สามารถลดรอยแดงสิวได้ถึง 20-30%ต่อครั้งที่ทำการรักษา ไม่มีเลือดออกและไม่เกิดบาดแผลหลังทำ หลังจากทำแล้วสามารถไปทำกิจวัตรต่างๆ เช่น เล่นกีฬา ว่ายน้ำ แต่งหน้า ออกงานได้ตามปกติ เวลาทำเลเซอร์ก็รู้สึกเพียงมีความเย็นกระทบผิวหน้าเล็กน้อย ไม่ต้องใช้ยาชา ใช้เวลาเพียง 1-2นาที ขณะทำแล้วก็กลับไปทำงานต่างๆได้ตามปกติ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>