reskin (139)

น้ำยาลอกผิวขาว อันตราย

น้ำยาลอกผิวขาว  อันตราย

reskin (138)การที่จะได้ครอบครองผิวที่ขาว เนียน นุ่ม สดใสเปล่งปลั่งดูมีออร่า และมีสุขภาพดี ซึ่งเรียกได้ว่าคือ ที่สุดแห่งความปารถนาเลยก็ว่าได้คนที่มีผิวขาวอยู่แล้ว ก็อาจจะใช้เพียงความพยายามในการบำรุงรักษาผิวให้ยังคงขาวเนียนตลอดเวลา แต่คนที่ผิวยังไม่ขาว หรือยังไม่พอใจในความขาวของตัวเองนั้น ก็คงจะไม่น่าแปลกใจที่จะไปพยายามสรรหาผลิตภัณฑ์ที่จะสามารถช่วยทำให้ผิวขาวมากขึ้น ยิ่งใช้เวลาน้อยแต่ให้ผลลัพธ์ผิวขาวขึ้นทันตา ก็แทบจะยอมทุ่มทุนหมดหน้าตักซื้อหามาครอบครองกันเลยทีเดียว ซึ่ง ผลิตภัณฑ์น้ำยาลอกผิวขาว ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว และดูเหมือนจะได้รับความนิยมจากคุณสาวๆ ชนิดมาแรงแซงทางโค้งกันเลยทีเดียว สำหรับในวันนี้ เลยจะขอพาไปรู้จักกับเจ้าน้ำยาลอกผิวขาวว่ามันคืออะไรกัน..!?

การลอกผิวคืออะไร

การลอกผิว เป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด หรือที่เรียกกันว่าหนังกำพร้าออก ซึ่งผิวในชั้นนี้มักต้องเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับมลภาวะและแสงแดดในชีวิตประจำวัน ทำให้มีลักษณะหยาบกร้าน เสื่อมสภาพ และเต็มไปด้วยความหมองคล้ำ ทำให้ไม่สวยงามเรียบเนียน เมื่อทำการลอกผิวในส่วนนี้ออก ผิวส่วนใหม่ขึ้นมาแทนที่ก็จะมีความขาวเนียนมากกว่าเดิม

 reskin (137)น้ำยาลอกผิวขาวคืออะไร

น้ำยาลอกผิวขาว เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของน้ำ ใช้ทาบนผิวหนังในบริเวณที่มีความต้องการเพื่อเร่งให้ผิวหนังในบริเวณนั้นมีการผลัดตัวอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

น้ำยาลอกผิวขาว ช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้จริงหรือ 

ถ้ามองตามหลักการแล้วก็ต้องขอบอกว่า น้ำยาผิวขาวนั้น ถ้าหากมีส่วนผสมที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้มากขึ้น ก็ย่อมที่จะช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้จริง เนื่องจากเป็นเรื่องพื้นฐานตามธรรมชาติอยู่แล้ว ว่าผิวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็ต้องย่อมดีกว่าผิวเก่าที่แห้งเสียเนื่องจากผจญกับมลภาวะมาอย่างโชกโชน น้ำยาลอกผิวขาวอันตรายไหมการใช้น้ำยาลอกผิวขาว ถ้าหากรู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องก็ถือว่าไม่อันตราย ถ้าหากเป็นน้ำยาลอกผิวขาว ที่เป็นประเภทมีส่วนช่วยในการเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีการทางธรรมชาติ โดยการใช้กรด หรือด่าง เช่น กรดเกลือ กรดผลไม้ สารสกัดจากสมุนไพร เป็นต้น ถ้าหากคุณสาวๆต้องการที่จะใช้น้ำยาลอกผิวขาว ควรที่จะทำการศึกษาส่วนประกอบให้ดีเสียก่อน เนื่องจาก ในปัจจุบันมีแม่ค้าพ่อค้าหัวใส ที่ต้องการลดต้นทุนหวังฟันกำไรเยอะๆ โดยการหลอกขายน้ำยาลอกผิวขาว ที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว และ น้ำกรด TCA (Trichloroacetic acid  กรดไตรคอลอะซีติก) มาใช้เป็นส่วนผสม เพื่อทำให้ผิวเกิดการลอกตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ เกิดอาการแสบ ถึงแสบมากเมื่อทา แต่ก็มีบางผลิตภัณฑ์ที่หัวใสผสมยาชาลงไปในผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกแสบผิวอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบที่รุนแรงเหล่านี้ จะส่งผลทำให้ผิวเกิดการลอกหลุดออกมาอย่างรวดเร็วมากกว่าปกติ ซึ่งในปัจจุบันสำนักกรรมการอาหารและยา ยังไม่รับรองการลอกผิวด้วยการใช้สารเคมีดั่งกล่าว

reskin (135)ข้อแตกต่างของการผลัดเซลล์ผิวระหว่างสารเคมีและสารสกัดจากธรรมชาติ

การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีให้ผลที่เร็วกว่า แต่มักที่จะมีปัญหาของสารเคมีที่ตกค้าง มีผลข้างเคียงมากกว่า และการใช้ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ส่วนการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ถึงจะให้ผลที่ช้ากว่า แต่ก็ใช้งานง่ายกว่า และมีความปลอดภัยที่มากกว่า

ควรระวัง การลอกผิวขาวบ่อยๆอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิว

การลอกผิวบ่อยๆ นั้น ถึงแม้จะช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นจริง แต่การลอกชั้นผิวหนังบ่อยๆก็อาจจะทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้น มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

  1. ผิวบางลงจนไม่สามารถทนแสงแดดได้ ผิวหนังที่บางจะไม่สามารถทนแสงแดดในตอนกลางวันได้ ซึ่งทำให้อาจเกิดปัญหาผิวดำ หมองคล้ำขึ้นมากกว่าเดิม ถ้าหากไม่ทำการปกป้องผิวโดยการทาครีมกันแดดก่อนออกไปข้างนอกในตอนกลางวัน
  2. ผิวบางลงจนทนสารเคมีบางอย่างที่ต้องพบในชีวิตประจำวันไม่ได้ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดพื้นห้องน้ำ เป็นต้น เมื่อสัมผัสถูกในบริเวณที่ผิวหนังบางเนื่องจากถูกลอกออกบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นได้ เป็นต้น
  3. หน้าแห้งและอาจทำให้เป็นฝ้ามากขึ้น ซึ่งจะเห็นผลเหล่านี้ในระยะยาว เนื่องจากการลอกผิวบ่อยๆจะทำให้ระบบน้ำเหลืองในร่างกายบริเวณนั้นเกิดความเสียหาย
  4. ส่งผลต่อกระดูกในระยะยาว เนื่องจากสารเคมีในน้ำยาลอกผิวขาวจะทำให้กระดูกเกิดความผุ กร่อนมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>