reskin (83)

ฉีดฟิลเลอร์แก้ม

ฉีดฟิลเลอร์แก้ม

reskin (78)ความนิยมอย่างแพร่หลายในการเสริมความงามให้กับใบหน้าด้วยวิธีเจ็บนิดๆ แต่สวยรวดเร็วภายในไม่กี่นาที แต่อย่าลืมว่า “ฟิลเลอร์” (FILLER) นั้นไม่ได้แค่เนรมิตความสวยงามให้กับใบหน้าเท่านั้น หากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนอาจจะส่งผลเสียต่อใบหน้านานานัปการ และยากที่จะฟื้นฟูเยียวยา เรามาทำความรู้จักเจ้าฟิลเลอร์ หรือ สารเติมเต็มนี้กันให้ลึกลงไปอีก เพื่อเป็นข้อมูลก่อนจะคิดสวยหล่อทางลัดกัน   ฉีด filler เป็นชื่อเรียกทั่วไปของเทคนิคการฉีดสารเติมเต็มที่เราเรียกว่า ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถ สร้างได้เองตามธรรมชาติ แต่จะลดลงตามอายุที่มากขึ้น โดยมากจะใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย

reskin (83)ฟิลเลอร์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1.Temporary Dermal filler (ชั่วคราว) ได้แก่ Zyderm  ,Zyplast ถือว่าเป็น Collagen แท้ๆแต่สังเคราะห์มาจาก วัว มีอายุใช้งานประมาณ 4-6 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2.Semi-Permanent Dermal filler (กึ่งถาวร) ได้แก่ Restylane , Hydrafill , Hylaform , Juvenderm  พวกนี้คือ Hyaluronic Acid ( HA ) สังเคราะห์มาจาก การหมักของเชื้อโรค ชนิดหนึ่งที่ชือ  Streptococcus  (Bacteria Fermentation of Streptococcus) มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3.Permanent Dermal Filler (ถาวร) ได้แก่ Artecoll , Artrfill , Aquamid  , Radiesse เป็นสารสังเคราะห์ เช่น  Artecoll หรือ Artifill ก็เป็นสารพวก PMMA , ซิลิโคน และพาราฟิน หลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไป ไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อนในระยะยาว คนที่เกิดแผลนูนหรือคีรอยด์ ได้ง่าย ให้ทดลองทำส่วนอื่น ก่อนที่ไม่ใช่ใบหน้าหรือในบริเวณที่เห็นได้ชัด

reskin (82)ขั้นตอน  การฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนที่ 1 : ทายาชาบริเวณที่คนไข้ต้องการทำ ทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาที

ขั้นตอนที่ 2 : แพทย์ทำการฉีดสาร HA เข้าไปในบริเวณที่ลูกค้าต้องการ โดยระหว่างการฉีดนั้นจะมีอาการแน่นขึ้นในบริเวณที่ฉีด

ขั้นตอนที่ 3 : แพทย์ทำการปรับแต่งในส่วนที่ฉีดให้คนไข้ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของคนให้มากที่สุด โดยหลังการฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อย และมีรอยเข็มหลงเหลือเป็นจุดจุดอยู่บ้างในบริเวณที่ฉีด 2-3 วันก็จะจางหายไปเอง

การดูแลตัวเองหลัง การฉีดฟิลเลอร์

หลังการฉีดโดยมากแล้วจะมีอาการผิวหนังบวมแดง อาจมีอาการคันหรือคลำได้ เป็นก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา บางรายอาจพบรอยด่างหรือผิวหนังมีสี ที่เปลี่ยนไป แต่อาการเหล่านี้มักหายไปเองใน 48 ชั่วโมง

  1. ใน 12 ชั่วโมงแรก อย่าแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงผิวทันทีหลังฉีด หากฉีดที่ริมฝีปาก ให้งดการใช้หลอดดูด งดสูบบุหรี่ และอย่าทาลิปสติกทันทีรวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว
  2. งดการออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้Œเหงื่อออกมาก รวมถึงการสัมผัสโดนความร้อน เช่น ซาวน่า การออกแดดจัดอาจทำ
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุการฉีด fillerได้หลังจาก 48 ชั่วโมง คุณอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มี Hyaluronic Acid โมเลกุลขนาดเล็ก ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยและช่วยยืดประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ ได้นานขึ้นด้วย

reskin (81)

หากเกิดอาการข้างเคียงให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ ดังต่อไปนี้

1.หลังฉีด filler อาจมีรอยเข็มแดงๆ เป็นจุดเล็กๆ ในบริเวณที่ฉีด จะหายเองภายใน 2-3 วัน และอาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย ซึ่งมักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด, Aspirin,Alcohol หรือวิตามิน E อาหารเสริมบางชนิดเช่น Fish oil, Primrose โดยรอยเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นช่วงแรก สามารถทาแป้ง, Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มไว้ก่อนได้

2.หลังฉีดอาจคลำพบก้อนเล็กๆ แข็งเหมือนยางลบใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะละลายตัวและนิ่มเป็นเนื้อเดียวกันเองภายใน 1-2 เดือน

3.อาจมีการปวดระบมบริเวณที่ฉีดได้เล็กน้อย สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็นหรือทานยาแก้ปวด ลดบวมได้

4.หลังการฉีด 3-4 ชม. ถ้ามีการปวดตื้อๆ อยู่สามารถนวด และประคบอุ่นได้จะช่วยให้อาการดีขึ้น

5.นัดพบแพทย์หลังการรักษา 7 วัน หรือ 4 สัปดาห์

6.กรณีอาการปวดบวมแดงมากผิดปกติ หรือสีผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนไปเป็นสีซีด เป็นสีน้ำตาล หรือดำ (โดยไม่ใช่รอยเข็ม หรือรอยเขียวช้ำ) ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ผู้ทำหัตถการหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สาขา ตามเบอร์ที่ให้ไว้ทันที อย่ารอให้ถึงวันนัด

การฉีด fillerที่ดี ควรทราบถึงข้อควรระวังต่างๆดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้น เพราะนอกจากจะสวยแบบรวดเร็วดังใจ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ หากรู้แล้วก่อนจะฉีด fillerเพิ่มความสวยความหล่ออย่าลืมหาข้อมูลที่ถูกต้องและระวังภัยหมอเถื่อนเพื่อจะได้สวยหล่อแบบปลอดภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>